(SF)Top Secret [....XTaemin(SHINee)]

posted on 02 Jan 2010 01:12 by shirotaemin

ถ้าใครที่เข้ามาที่นี่เป็นครั้งเเรกเเนะนำให้ไปอ่านเกี่ยวกับข้อตกลงที่หน้า Open"""ก่อนนะครับ

..................................................

FictionYaoi  

Title – Top Secret
Category - Short Fiction (SF)
Pairing : …….. x Taemin
Author - shirotaemin

---------------------------------------------------------------


คุณเชื่อมั๊ยว่า.....
บนโลกใบนี้...
ความลับ.........มีอยู่จริง



ไม่รู้สิ แต่ถ้าถามผม

ผมเชื่อนะ

(อินโทรสั้นได้โล่)






“โอ๊ย ขอโทษครับ” ทันทีที่คำอุทานสิ้นสุดลง ถ้อยคำแสดงการขอโทษก็ถูกเอ่ยขึ้นจากกลีบปากอิ่ม ใบหน้าเรียวหวานเงยขึ้นเพื่อมองใบหน้าอีกฝ่าย ที่รวบเขาเข้าไปในอ้อมกอด.....แย้มยิ้มน้อยๆเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร


“.......................”
“ขอโทษครับ”ร่างเล็กเอ่ยคำขอโทษขึ้นอีกครั้ง เพื่อเรียกสติของอีกคนที่ยืนนิ่งกอดเขาโดยไม่มีท่าทีว่าจะคลายอ้อมกอดออก

“ไม่เป็นไร”ฝ่ายคนที่ถูกร่างบางเดินชนเอ่ยขึ้นเรียบๆแล้วเดินจากไป




“แทมินเป็นอะไรหรือเปล่า” เพื่อนร่วมวงหน้าสวยเอ่ยคำถามขึ้น เมื่อเห็นแทมินได้แต่ยืนนิ่ง แล้วมองไปตามทางที่ร่างสูงเดินจากไป
“เปล่า ครับ” แทมินตอบเสียงใส แล้วยิ้ม ยิ้มหวานให้กับคีย์ ก่อนที่จะเดินตามเพื่อนร่วมวงคนอื่นเข้าไปในงาน






ห้องประชุมขนาดใหญ่ที่ทั้งกว้างขวางและโอ่อ่า บัดนี้คราคร่ำไปด้วยผู้คนนับร้อยนับพันที่ต่างทยอยกันเดินเข้ามา เดินเข้ามานั่งตามตำแหน่งที่ถูกกำหนดไว้ สายตาของผู้คนในที่นี้ต่างจับจ้องไปในทิศทางเดียวกัน มุ่งตรงไปยังเวทีขนาดใหญ่ที่ถูกตกแต่งไว้อย่างทันสมัยมีสไตล์ เวทีที่อีกไม่นานจะมีศิลปินนับร้อยก้าวขึ้นไปเยี่ยมเยือนและนำเสนอการแสดงที่น่าตื่น
ตาตื่นใจ การแสดงที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ การแสดงที่การันตรีในความสามารถและเหมาะสมที่จะได้รับรางวัลบนเวทีแห่งนี้ รางวัลAsian Music Award

ไม่นานนักร่างบางและกลุ่มเพื่อนร่วมวง กลุ่มศิลปินในนามSHINee ก็เดินตรงมายังตำแหน่งที่เป็นที่นั่งของพวกเขา ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่แสงไฟบนเวทีสว่างจ้าขึ้นพร้อมกับพิธีกรผู้ดำเนินรายการอ
อกมาทักทายผู้คนในที่แห่งนี้
.
.
.
.
.

เสียงเฮ เสียงโห่ร้อง และเสียงตบมือดังขึ้นเป็นระยะๆสลับกับเสียงสดใสของพิธีกรหนุ่มสาวประกาศชื่อรางวัลแล
ะรายชื่อของผู้ที่ได้รับรางวัลในสาขาต่างๆ ศิลปินเดี่ยว กลุ่มต่างสลับกันขึ้นไปรับรางวัลและขึ้นแสดงบนเวที เช่นเดียวกับศิลปินเหล่านั้น SHINee เองก็ได้เดินนอบน้อมผ่านเสียงโฮ่ร้องแสดงความยินจากศิลปินคนอื่นในงานเพื่อขึ้นไปรับ
รางวัล




จังหวะดนตรีสนุกสนาน สดใส จบลง พร้อมกับรอยยิ้มและเสียงปรบมือ เด็กหนุ่มน้อยห้าคนต่างทยอยเดินลงจากเวทีโดยมีร่างบางน้องเล็กสุดท้องของวงอย่างแทมิ
นเดินลงมาเป็นคนสุดท้ายซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ร่างสูงของคนที่แทมินเดินชนเม

่อครู่ก้าวขึ้นเวทีเพื่อไปรับรางวัล ศิลปินกลุ่มยอดนิยมแห่งปี
“............................”

“ยิ้มอะไรหน่ะ แทมิน” พี่ใหญ่ของวงเหลียวหลังหันกลับไปมองน้องเล็กที่เดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตามหลังเขามาอย่
างสังสัย แต่พอถูกถามอย่างนั้นแทมินกลับไปตอบว่า
“เปล่าครับ”
.
.
.
.
.
ตอนนี้เด็กหนุ่มSHINeeทั้งห้าได้เดินกลับมานั่งประจำที่ของตัวเองเรียบร้อยแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเสียงดนตรีมันเต้นเป็นจังหวะที่เร้าใจ เสียงร้องสไตล์ฮิปฮอปที่ทุ้มนุ่มน่าฟัง หรือหน้าตาบวกกับลีลาการแสดงที่น่าดึงดูดหรือเปล่าที่ทำให้ดวงตากลมใสของแทมินจับจ้อ
งภาพการเคลื่อนไหวของศิลปินกลุ่มนั้นแบบไม่กระพริบตา แต่ก็ไม่แปลกหรอกเพราะใครๆในที่แห่งนี้ก็ต่างจ้องมองดูการแสดงของพวกเขาแบบไม่ว่าตาเ
ช่นกัน.....ก็มันน่าดูซะขนาดนั้น

หลังจากการแสดงของกลุ่มศิลปินเมื่อครู่สิ้นสุดลง ดวงตากลมใสก็ละจากเวทีราวกับไม่เหลือความน่าสนใจบนเวทีแห่งนั้นอีกแล้ว



“เอ่อ ผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ” แทมินลุกพรวดขึ้นแล้วรุกลี้รุกลน บอกกับอนยูก่อนจะน้อมศรีษะให้ต่ำลง ค่อยๆเบียดตัวเองแทรกเดินออกมาจากที่นั่งของตัวเองที่อยู่ตรงกลางแถว โดยไม่สนใจเลยว่าอนยูอ้าปากค้าง มองตามเหมือนกับต้องการจะพูดอะไรด้วย
.
.
.
.
.
มือเรียวหยิบเครื่องมือสื่อสารแบบฝาพับขนาดเท่าฝ่ามือที่กำลังสั่นอยู่ออกมาจากกระเป
๋าเสื้อที่อยู่ด้านในของเสื้อนอก แล้วเมื่อสังเกตเห็นว่าจุดที่เขายืนอยู่พ้นจากสายตาของผู้คน มือเรียวเล็กก็ยกเครื่องมือสื่อสารที่ว่าขึ้นมาอยู่ในระดับสายตา

กลีบปากอิ่มคลี่ยิ้มหวานกับข้อความสั้นๆที่ปรากกฏอยู่บนหน้าจอสี่เหลี่ยม....

....มาหาหน่อย อยู่ในห้องน้ำ...


ไวเท่าความรู้สึกร่างเล็กกึ่งเดินกึ่งวิ่งมุ่งไปที่สุดทางเดินก่อนที่จะผลักบานประตู
ไม้ที่มีแผ่นกระดาษเขียนข้อความแปะอยู่ว่า...ห้องน้ำสำหรับศิลปิน





แสงสีส้มนวลตาเปล่งประกายจากดวงไฟในห้องน้ำส่องสะท้อนให้เห็นถึงความมันวาว สะอาดสะอ้าน น่าใช้ของห้องน้ำแห่งนี้ แต่ตอนนี้มันกลับดูว่างเปล่าไร้คนใช้บริการอยู่ แต่หากมองดีแล้วก็จะเห็นว่าบานประตูของห้องเล็กๆด้านในสุดปิดอยู่......มีใครบางคนอย
ู่ในนั้น

จังหวะเดียวกับที่มือเล็กออกแรงผลักบานประตูบานที่ว่า แทมินก็ถูกฉุดเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคนที่ซ่อนกายอยู่หลังบานประตู เข้าสู่อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นและคุ้นเคย….อ้อมกอดของคนที่เขาเพิ่งจะเดินชนไป

ใบหน้าคมสันโน้มต่ำลงหมายจะมอบจูบแห่งความโหยหาลงที่กลีบปากอิ่มของแทมิน แต่ฝ่ามือเล็กกลับถูกยกขึ้นมานาบปิดไว้ที่กลีบปากบางของร่างสูงเจ้าของอ้อมกอด พร้อมสองแขนที่ออกแรงยันตัวเองเพื่อให้ใบหน้าหวานเว้นระยะห่างจากใบหน้าคม

“เดี๋ยว ห้ามจูบนะ” คิ้วเรียวของฝ่ายที่ได้ยินคำร้องปรามขมวดมุ่นราวกับสงสัยว่าจะห้ามทำไมทั้งที่พวกเขา
มักจะทำแบบนี้กันเป็นประจำอยู่แล้ว....ก็เป็นคนรักกันนี้นะ

“ก็ถ้าจูบปาก ปากผมต้องเจ่อแน่ๆเลยใช่มั๊ยหล่ะ แล้วถ้าเป็นแบบนั้น.....ถ้าผมกลับไปหาพี่ๆคนอื่นที่อยู่ในงาน พี่คีย์ขี้สงสัยเห็นก็ต้องถามผมแน่ๆเลยว่าไปทำอะไรมา”แทมิน สาธยายเหตุผลหรือข้ออ้างของตัวเองซะยืดยาว แม้ว่ามันจะดูไร้สาระไม่ค่อยสมเหตุสมผลแต่มันก็จริงนิ เพราะว่า ทุกครั้งที่เขาได้รับรสจูบจากคนรักร่างสูงคนนี้มันก็เป็นรสจูบที่รุนแรงเร่าร้อนจนเห
ลือหลักฐานอย่างเด่นชัดไว้ที่กลีบปากของเขาได้ทุกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามสำหรับร่างสูงเบื้องหน้าก็อดคิดไม่ได้ว่ามันเป็นเหตุผลที่น่ารักอยู่
ดี จนรู้สึกอดขำขึ้นมาไม่ได้

แทมิน อมลมแก้มป่อง ขมวดคิ้วเข้มแสดงอาการงอนน่ารักที่เห็นคนรักของตนพยายามกั้นเสียงหัวเราะขำเสียจนตัว
สั่น มือเรียวเล็กลดมือที่ทาบอยู่ที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายลง แล้วตีเบาๆที่ท่อนแขนกำยำหมายจะปรามให้หยุดขำได้แล้ว

“ไม่จูบที่ปากก็ได้ แต่ที่อื่นคงไม่ว่า” ทันทีที่สิ้นเสียงทุ้ม กลีบปากบางก็ประทับจุมพิตลงบนหน้าผากมนอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน แขนแกร่งกระชับร่างบางให้แนบชิดเข้ามาอีก กอดไว้อย่างแนบแน่นราวกับว่า หากทำให้ร่างบางคนนี้จมหายไปในอ้อมกอดของเขาได้ เขาก็คงจะทำไปแล้ว

ใบหน้าหวานแนบชิดกับแผ่นอกกว้าง ซบลงตรงกับตำแหน่งที่ภายในมีก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจเต้นอยู่ แล้วตอนนี้มันก็กำลังเต้นระรัวแสดงความดีใจที่ร่างสูงคนนี้ได้พบและได้อยู่ใกล้กับร่
างบาง อีกครั้ง

“คิดถึง” ถ้อยคำห้วน เรียบง่ายไม่หวือหวา แต่เป็นจริงตามที่พูด รู้สึกแบบนั้นจริงตามที่บอก คำพูดที่ลอยออกมาจากปากคนที่โตกว่าอายุมากกว่า คำพูดที่ย้ำความมั่นใจอีกทีด้วยสายตาอันโหยหาและคิดถึง.....นับตั้งแต่ที่เขาเกิดมา เขาไม่เคยรู้หรอกว่าช่วงเวลาไม่กี่อาทิตย์ ช่วงเวลาที่ไม่ได้พบเจอและสัมผัสกับร่างบอบบางในอ้อมกอด มันจะทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดแทบบ้า และถูกโอบอ้อมด้วยความเหงาแห่งความคิดถึงได้มากมายถึงเพียงนี้

“ผมก็เหมือนกัน” แทมินบอกเสียงอู้อี้กับแผ่นอกที่ตนแนบหน้าอยู่ เหมือนกับต้องการให้สิ่งที่รับรู้คำพูดนี้ไม่ใช่สมองแต่เป็นหัวใจของร่างสูง

“.......................”




“ช่วงนี้ว่างมั๊ย ตั้งแต่พรุ่งนี้พี่มีวันหยุดสามวัน ” แทมินเงยหน้ามองใบหน้าคมที่กำลังก้มต่ำมองหน้าเขาเพื่อรอฟังคำตอบ ก่อนที่จะระบายยิ้มกว้างและเผยคำพูดน่ายินดีให้อีกฝ่ายได้ฟัง

“พรุ่งนี้ ผมก็ไม่มีงาน ได้หยุด 1 วัน” มันน่าดีใจจริงๆด้วย มันน่ายินดีกว่าอะไรทั้งหมด ช่วงเวลาที่เสมือนเป็นโอกาสที่พวกเขาจะได้อยู้ด้วยกัน ช่วงเวลาที่พวกเขาจะได้แสดงออกซึ่งความรู้สึกรักที่มีต่อกันกำลังจะมาถึง

“วันนี้ค้างกับพี่นะ”




“ครับ”
.
.
.
.
.
หลังจากงานประกาศผลรางวัลของกลุ่มคนดนตรีสิ้นสุดลง ผู้จัดการวงของศิลปินกลุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นวงแนวคอนเทมโพรารีแบรนด์ ก็ได้ขับรถพาสมาชิกทั้ง5ไปส่งยังที่พักของแต่ละคนซึ่งตอนนี้พวกเขาทั้งหมดไม่ได้อาศั
ยอยู่ด้วยกันแล้ว ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปพักกับคนในครอบครัวของตัวเอง เช่นเดียวกับ แทมินเขาก็พักอยู่กับคุณแม่ที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านชานเมือง

อาจเพราะที่พักของแทมินอยู่ค่อนข้างไกลจากที่จัดงานเลยทำให้เขาถูกพามาส่งที่หน้าคอน
โดเป็นคนสุดท้าย แทมินก้าวลงจากรถค้อมศีรษะให้กับสารถีคนเก่าเป็นนัยว่า “ขอบคุณครับ”

เมื่อเห็นว่าพาหนะที่แสนคุ้นตาหายลับไปตรงโค้งมุมหนึ่งของถนน ขาเรียวเล็กก็เดินผ่านอาคารที่เป็นที่พักเพื่อมุ่งหน้าตรงไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองอีกครั้ง เพื่อรีบไปหาใครบางคนที่กำลังรอเขาอยู่

เหตุที่แทมินต้องทำเช่นนี้ ต้องกลับมาที่บ้านแล้วย้อนกลับเข้าไปในเมืองอีกครั้งก็เพราะ เขาต้องการไปหาคนรักโดยไม่ให้ใครรู้ ต้องการที่จะเก็บทุกอย่างให้เป็นความลับ ทุกอย่างที่ว่า เขากำลังคบกับใครคนหนึ่งอยู่ กำลังคบอยู่กับผู้ชายด้วยกัน ในฐานะคนรัก ผู้ชายที่เป็นศิลปินแถมมีเชื่องเสียงเสียด้วย และมันก็คงไม่ดีนักหรอกหากว่าเรื่องราวเหล่านี้ถูกเปิดเผยให้สาธารณะชนได้รับรู้ แล้วมันก็น่าจะดีกว่าที่ความจริงเหล่านี้จะถูกเก็บไว้เป็นความลับที่แม้แต่สมาชิกในว
ง หรือคนในครอบครัวเองก็ยังไม่รู้

.
.
.
.
.

แทมินค้อมศีรษะให้กับลุงยามที่ยิ้มระรื่นทักทายเขาอย่างคุ้นเคย แล้วจึงมุ่งตรงไปยังด้านในสุดเพื่อกดปุ่มเรียกลิฟต์ ของอาคารแห่งนี้ อาคารที่ได้ชื่อว่าเป็นคอนโดหรูที่ตั้งอยู่กลางใจเมือง คอนโดที่ไม่ใช่ที่พักของเขา ไม่ใช่ที่พักของเพื่อนร่วมวง แต่เป็นคอนโดที่เขามักจะมาบ่อยๆเมื่อมีโอกาส....เพื่อมาหาคนที่เขารักนั่นเอง





...ติ๊ด....
ทันทีที่แทมิน รูดเเผ่นโลหะบางสีเงินที่เรียกว่าคีย์การ์ดกับช่องเล็กๆบนบานประตูเบื้องหน้า ร่างบางของเขาก็ลอยหวือเข้าสู่อ้อมอกของร่างสูงที่ใช้สองแขนแกร่งอุ้มเขาเข้ามาในห้อ



ราวกับไม่อยากให้เวลาสูญเปล่า วงแขนแกร่งวางแทมิน ลงบนเตียงนุ่มที่อยู่ภายในห้องนอน นาบร่างกายกำยำทาบทับร่างบางเบื้องล่าง มอบจูบที่โหยหาและเร่าร้อนแก่กลีบปากอิ่มที่เผยอออกราวกับกำลังเชิญชวน

เรียวลิ้นสากสอดแทรกเข้าสู่โพรงปากเล็ก กระหวัด เกี่ยว พัน ลิ้นเล็กที่กำลังตอบรับอยู่เช่นกัน มือใหญ่ปลดเปลื้องอาภรณ์ที่ปกปิดร่างกายขาวเนียนออก ทั้งที่ริมฝีปากยังไม่ยอมละห่างจากกัน

แล้วก็เป็นฝ่ายร่างสูงเองที่ต้องยอมละริมฝีปากออกจากความหวานเบื้องหน้า เมื่อร่างเล็กทุบเบาๆที่แผ่นอกเพื่อเรียกร้องขออากาศหายใจ แม้ว่าเขาจะเสียดายที่การลิ้มรสความหวานจะต้องหยุดชะงักลง แต่มันก็คุ้มค่าเพราะมันทำให้เขาได้เห็นดวงหน้าหวาน ที่ยามนี้สองแก้มใสกำลังแดงปลั่ง กลีบปากอิ่มเผยอออกเพื่อหอบเอาออกซิเจนเข้าสู่ปอด แผ่นอกเล็กกระเพื่อมถี่ตามแรงหอบหายใจ ผิวกายนวลเนียนเปื่อยเปล่ากำลังระเรื่อสีชมพูอ่อนมันช่างน่ามองและช่างยั่วยวน


แทมินเบนหน้าหลบสายตาของอีกฝ่าย ใบหน้าหวานแดงกร่ำขึ้นไปอีกเมื่อเห็นความปรารถนาและความต้องการที่สะท้อนอยู่ในแววตา
ของร่างด้านบน ความเร่าร้อนที่ไม่เคยลดลง วิธีการแสดงความรักแบบห่ามๆแบบผู้ชายคนหนึ่งที่แสดงออกไม่เก่ง แบบที่ถ้าหากมองดูจากสาตาของคนอื่นออกจะดูจาบจ้วง ไม่อ่อนโยน แต่หากได้มาอยู่ในฐานะที่แทมินเป็น ฐานะที่เป็นคนรักของร่างสูงคนนี้ก็จะเข้าใจว่า นี้แหละวิธีการแสดงความรักของคนพูดน้อยที่ดูห้าวและไม่สนใจใคร


เมื่อเห็นว่าอาการหอบของร่างบางใต้ร่างดูจะเบาลงแล้ว กลีบปากบางก็ประกบกดจูบกับกลีบปากอิ่มอีกครั้ง พร้อมกับมือหนาที่ซุกซนไล้เลื่อนไปสัมผัสกับยอดอกของร่างบาง
“อืม”

คนหน้าเข้มยิ้มเจ้าเล่ห์มองแทมิน ที่กำลังครางเสียงหวาน เขาละกลีบปากบางจากกลีบปากอิ่มมาดูดดึงที่ติ่งเนื้อสีชมพูอีกข้าง วาดลิ้นสากสัมผัสติ่งเนื้อเล็กๆนั้นที่เริ่มแข็งเป็นไต แล้วจึงขบกัดเบาๆเพื่อสร้างความเสียวส่านให้กับอีกฝ่าย

“อ๊ะ”

เสียงครางหวานเพิ่มระดับความดังขึ้นอีก เมื่อรู้สึกว่าเรียวลิ้นอุ่นกำลังไล้เลียผิวกายขาวนุ่มของเขา เลียต่ำลงมาเรื่อย โลมเลียมมายังหน้าท้องแบบราบก่อนที่จะฝังปลายจมูกโด่งลงกับผิวนุ่มแล้วส่ายศีรษะไปมา
เพื่อเรียกความจั๊กจี้ให้กับร่างบาง



คนขี้แกล้งไม่หยุดเพียงเท่านั้น ฝ่ามือหนารวบกุมแก่นเนื้อที่ได้ชื่อว่าเป็นส่วนอ่อนไหว กดนิ้วหัวแม่มือเค้นคลึงบริเวณส่วนโคน แล้วจึงขยับข้อมือเคลื่อนขึ้นลงช้าๆเรียกความวาบหวามให้กระจุกรวมอยู่ที่ท้องน้อย แล้วจึงเพิ่มจังหวะความเร็วให้ถี่ขึ้น รุ่มร้อนจนใบหน้าหวานต้องส่ายเสียดกับผ้าปูที่นอนเนื้อนุ่มเพื่อระบายความร้อนภายในท
ี่จะกำลังปะทุ


“อ๊ะ” นิ้วใหญ่จิกเล็กลงบนส่วนปลายของแก่นกายเล็กสีชมพูที่เริ่มปริ่มน้ำ

“อืม อ๊ะ อืม” แทมินกลั้นเสียงครางเมื่อฝ่ามือใหญ่เริ่มทำหน้าที่ต่อ ใบหน้าหวานบิดเบี้ยว ฟันขาวขบกัดริมฝีปากอิ่มจนเจ่อบวมเพื่อกั้นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังทะยานขึ้นถึงข
ีดสุด

“จะ...ทะ...ทนม่ไหว....แล้ว...”




“ก็ไม่ต้องทนสิ”

สิ้นเสียงทุ้มนุ่มของเหลวขาวขุ่นอุ่นร้อนก็ฉีดพุ่งออกมาเปรอะทั้งหน้าท้องเรียบเนียน หน้าท้องแกร่ง และผ่ามือหนาของผู้กระตุ้น





“อะ” มือใหญ่บีบแก้มก้นเนื้อนุ่มก่อนจะยกสะโพกมนให้เกยเด่นอยู่บนหน้าตักของเขา



“..................”
เป็นอีกครั้งที่แทมินรู้สึกอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกที่ทำให้เขารู้สึกเช่นนั้น ก็จะไม่ให้รู้สึกอายได้อย่างไร ในเมื่อตอนนี้เขาถูกจับนอนหงาย สะโพกถูกยกให้โด่งเด่น สองเรียวขาอ้าออกขนาบข้างร่างกายกำยำของอีกฝ่าย



“แดงใหญ่แล้ว” คำพูดน่าอายของคนขี้แกล้ง เอ่ยทักร้องหยอกร่างบางที่ยามนี้กำลังนอนหอบหายใจสะท้าน แดงไปทั้งใบหน้า ผิวกาย และไม่เว้นแต่ช่องทางรักก็ระเรื่อสีแดงอิ่มยวนตา



“บะ....อ๊า...” ไม่ทันที่แทมินจะสรรหาคำพูดใดๆมาต่อว่าร่างสูงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย เข้าก็ต้องสะดุ้งเมื่อนิ้วใหญ่สัมผัสที่ช่องทางรัก พร้อมทั้งใช้หัวแม่มือ กด นวด คลึงบริเวณรอบปากทาง จนปากทางเริ่มเปิดขยาย



นิ้วเรียวแทรกผ่านเนื้อนุ่ม สอดแทรกเข้ามาในช่องทางอุ่นชื้นที่คับแน่น เขาทิ้งให้นิ้วใหญ่ให้คาอยู่แบบนั้นสักพักก่อนที่จะหมุนควงไปรอบๆ นวดสัมผัสผนังเนื้อด้านในเพื่อเปิดขยายช่องทางให้กว้างขึ้นแล้วจึงสอดใส่นิ้วเพิ่มไป
อีก พร้อมกับรูดเข้าออกช้าๆ แต่มันกลับทำให้ร่างบางอดไม่ได้ที่จะร้องครางเสียงหวานและเสียวซ่านอย่างประหลาดเมื่
อปลายนิ้วสัมผัสโดนจุดกระสันภายใน
“อ๊ะ”

ร่างสูงเร่งจังหวะการเคลื่อนไหวนิ้วมือเร็วขึ้น ลึกขึ้นเลื่อนเข้าไปจนสุดแล้วชักนิ้วออกอย่างเร็ว เร็วจนปากช่องทางต้องบีบคลายตัวถี่เพื่อเรียกหาความคับแน่นเมื่อครู่


สายตาคมมองการหดคลาย ของช่องทางสีแดงระเรื่อเบื้องหน้า จับจ้องอยู่นิ่งๆจนทำให้ร่างบางรู้สึกขวยเขินยิ่งขึ้นไปอีก และอดไม่ได้ที่จะร้องห้ามการกระทำเช่นนี้

“อย่ามองได้มั๊ย”



ร่างสูงยืดตัวขึ้น โน้มตัวมาทางด้านหน้านาบ อกแกร่งกับอกเล็ก โน้มใบหน้าคม ไร้สันจมูกกับซอกคอขาว ก่อนที่จะเลื่อนริมฝีปากไปเป่าลมร้อนพ่นใส่ใบหูเล็กที่กำลังแดงกร่ำ

“อ๊ะ”

เสียงเล็กร้องสะดุ้งกับแก่นกายร้อนแข็งขืนที่โผล่พ้นขอบกางเกงที่เลื่อนต่ำลง และมันก็แตะโดนที่ช่องทางรักอุ่นร้อนที่กำลังแดงระเรื่อ




“อายหรอ”

แทมินพยักหน้ารับแล้วเขาก็ต้องรู้สึกอายยิ่งกว่าเดิมอีกเมื่อร่างสูงกระซิบเสียงทุ้ม
ที่ข้างหูว่า…..








“จะทำให้อายยิ่งกว่านี้อีก”


แก่นกายแข็งขืนสอดแทรกเข้าไปยังช่องทางเย้ายวน สะโพกแกร่งขยับเข้าออกเป็นจังหวะ เสียดสีแท่งเนื้อร้อนกับผนังนุ่มด้านใน กระตุ้น ให้ช่องทางเล็กตอดรับเป็นจังหวะ

ผิวกายนุ่มลื่นมือเสียดสีกับผิวผืนผ้าปูที่นอน ขึ้นลง ใบหน้าหวานสะบัดไปมา เพื่อระบายความคับแน่น บรรเทาแรงอัดจากการพองโตของแก่นกายร้อนที่แทรกสอดอยู่ภายใน


“อ๊ะ พี่..”นิ้วเรียวเล็กจิกเล็บคมลงบนแผ่นหลังกว้าง

“อ๊ะ..พี่...ครับ” ความร้อนลุ่มกรุ่นสุม อัดอยู่ภายในจนแทบจะหลอมละลาย

“เรียกชื่อ....พี่สิ.....แทมิน” ร่างสูงเค้นคำพูดออกมาอย่างอยากลำบากเมื่อใกล้ถึงขีดสุด


“ทะ...อืม...”

ประทับกลีบปากบางบนกลีบปากอิ่มนิ่มที่บวมเจ่อ ละมองความหวานและความเย้ายวนเบื้องหน้า สบมองร่างบางที่กำลังสะท้านตามทุกจังหวะการเคลื่อนไหว







“ทะ...อ๊ะ”

ดวงตากลมโตสวยฉ่ำปรือ ริมฝีปากอิ่มบวมเผยอออก แผ่นอกเล็กสะท้านเร็วถี่ ร่างเล็กเกร็งกระตุกเมื่อของเหลวอุ่นร้อนพวยพุ่งเต็มช่องทางด้านหลัง พร้อมกับที่แทมินครางเรียกชื่อของคนรักออกมา













“ท๊อป!!!”







เจ้าของชื่อยิ้มกว้าง มอบจูบแผ่วเบาที่หน้าผากมน ยิ้มให้กับเสียงหวานที่เอ่ยเรียกชื่อตัว อันที่จริงเขาก็เคยถามแทมินเหมือนกันว่า ทำไมถึงไม่เรียกชื่อจริงของเขา ชื่อจริงที่มีไว้สำหรับคนพิเศษ คนพิเศษเท่านั้นที่มีสิทธิที่จะเรียก แต่ร่างบางคนน่ารักกลับตอบมาได้อย่างน่าฟังว่า...............




“ถ้าไม่มีท๊อป แทมินคงจะไม่รู้จักพี่ และพวกเราคงจะๆไม่ได้คบกัน”






นั่นสินะแม้จะเป็นชื่อในวงการไม่ใช่ชื่อจริง เป็นคำเรียกเขาในฐานะนักร้องคนหนึ่ง ที่เป็นสมาชิกวงฮิปฮอปชื่อดัง วงที่ชื่อว่า “Big Bang”แล้วก็เพราะ Big Bang นั่นแหละที่ทำให้เขารู้จักSHINee รู้จักแทมิน จนท้ายที่สุดได้สานสัมพันธ์กันในฐานะคนรัก

แต่อย่างไรก็ตาม แม้พวกเขาจะรู้สึกชอบพอกันมากเพียงใด แต่พวกเขาก็ไม่สามารถเปิดเผยความสัมพันธ์นี้ให้ผู้อื่นได้รับรู้ได้ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องเก็บซ่อนความจริงที่พวกเขาคบกัน เก็บไว้เป็นความลับสุดยอดหรือTop Secret






เอ๋ะไม่ใช่สิต้องป็น ...............T.O.P.’s Secrect.ถึงจะถูก









จบแล้วคร๊าบ

tranCartoonYaoi tranCartoonYuri FanArtsYaoi FanArtsYuri FictionYaoi  FictionYuri 

edit @ 2 Jan 2010 01:43:24 by Shirotaemin

edit @ 2 Jan 2010 22:38:46 by Shirotaemin

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คิดไปไกลว่าเป็นใคร...ที่แท้ก็คนใกล้ตัวนี้เอง -O-
ปล้ำลิง. กำลังฟังเพลง BB อยู่พอดี 5555

#1 By PPPPINGLETS (180.180.116.168) on 2011-04-11 12:34