(SF)Christmas If (I say love you)[SHINee(2Min)]
posted on 02 Jan 2010 01:27 by shirotaeminถ้าใครที่เข้ามาที่นี่เป็นครั้งเเรกเเนะนำให้ไปอ่านเกี่ยวกับข้อตกลงที่หน้า Open"""ก่อนนะครับ
..................................................
Title – Christmas If (I say love you)
Category - Short Fiction
Rate - PG 13
Couple: Minho x Taemin
Author – shirotaemin
...........................................................
“ในวันพิเศษแบบนี้ อยากทำอะไรให้กับคนที่เรารักเหรอ”
นี่คือคำถามที่พิธีกรหนุ่มหน้าหวานแห่ง Kiss the radioยิงใส่ศิลปินกลุ่มชื่อดังนาม SHINee
หนุ่มน้อยทั้งห้าถึงกับหน้าเหวอไปตามๆกัน คิดไม่ถึงว่ารุ่นพี่หน้าสวยจะตั้งคำถามที่แม้จะกวาดตาดูในแผ่นสคิปเบื้องหน้าก็หาไม่เจอ
แต่จะมีเหรอที่พวกเขาจะมานอคดาวน์ด้วยคำถามแบบนี้ แล้วก็เป็นอย่างที่คิด จงฮยอนเป็นคนที่ตั้งสติขึ้นมาได้ก่อน จากนั้นก็ตอบคำถามออกไปได้น่าฟังเลยทีเดียว
“แน่นอนครับ ในวันพิเศษๆแบบนี้พวกเราก็ต้องอยากอยู่กับคนที่เรารักอยู่แล้ว ทานอาหารด้วยกัน พูดคุยกัน สำหรับผมเพียงแค่นั้นมันก็พิเศษเพียงพอแล้วแหละครับ”
จบคำพูดแสนหวานของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแคสตัวพ่อ เจ้าตัวก็ไม่ลืมที่จะหันไปทรงยิ้มทรงเสน่ห์กระแทกตากระแทกใจแจกสาวๆแฟนคลับที่มายืนดูและให้กำลังใจหนุ่มๆทั้งห้า
“ใช่แล้วครับ พวกเราะจะอยู่กับคนที่เรารัก ดังนั้นตอนนี้เราจึงอยู่กับแฟนคลับทุกคน ทุกคนฟังพวกผมอยู่ใช่ไหมครับ”
นั่นไง มุกซังเทอันแสนเน่าตามมาติดๆ แน่นอนเจ้าของมุกไม่ใช่ใครนอกจากหัวหน้าวงของเรานี้เอง
“แล้วคีย์แหละ วันพิเศษแบบนี้อยากทำอะไร”
คราวนี้เป็นที่ของพิธีกรคู่หู ฮยอกแจเป็นคนถามบ้าง
“ถามผมเหรอ”
คิมคีย์ยกนิ้วชี้หน้าตัวเอง ทำหน้าเหรอหรา ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกมาแบบติดตลกว่า
“วันนี้เป็นวันพิเศษก็จริงครับแต่ผมก็คงไม่ได้ออกไปไหน แล้วยิ่งไปกว่านั้นคงจะต้องอยู่ฉลองกับทุกคนที่หอพักนั่นแหละครับ”
พอคีย์พูดจบเท่านั้นแหละ หนุ่มหน้าหล่อที่นั่งอยู่ข้างๆก็พ่นลมหายใจออกมา ส่งเสียงหัวเราะขึ้นจมูก เลิกคิ้วขึ้นทำหน้ายียวนกวนประสาทใส่คีย์ ราวกับจะบอกว่าที่แกพูดออกมาทั้งหมดนะโกหกชัดๆ สีหน้าของแกดูมีความสุขต่างจากที่แกพูดลิบลับเลย
แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งที่คนหน้าสวยทำก็แค่ยักไหล่แล้ว ยิ้มเยาะเท่านั้นเอง
“อ้าว ทำไมทำหน้ากันอย่างนั้นแหละ”
ทึกกี้ขี้สงสัยถามถึงกริยาที่ทั้งคู่แสดงออกมาเมื่อครู่ แต่ร่างสูงเป็นฝ่ายที่ชิงส่งเสียงทุ้มกลับตอบออกมาก่อน
“เปล่าครับ ผมก็แค่อิจฉาที่ทุกคนได้ฉลองด้วยกันแต่ผมมีงานเดินแบบต่อน่ะครับ”
มินโฮเปลี่ยนเรื่อง เบี่ยงประเด็นเกี่ยวกับอาการดีใจของคิมคีย์ แล้วแสร้งแกล้งทำหน้าน่าสงสารกับตัวเองที่มีธุระต้องไปทำต่อ ต่างจากคนอื่นที่พอจบรายการนี้แล้ว วันนี้ก็ไม่มีงานอีกแล้ว
ทึกกี้เปลี่ยนเป้าสายตายจากสองคนที่นั่งอยู่ริมขวามาเป็นน้องเล็กที่นั่งเงียบอยู่ตรงหน้าเขาแล้วถามด้วยน้ำเสียงร่าเริงตามปกติว่า
“แล้วแทมินหล่ะ เตรียมของขวัญอะไรไว้ให้พี่ๆในวันคริสต์มาสรึเปล่า”
อันที่จริงมันก็คงเป็นแค่คำถาธรรมดาๆที่ไม่ได้ดูแปลกประหลาดหรือน่าตกอกตกใจเลย แต่สำหรับคนที่เอาแต่นั่งเหม่อตั้งแต่คำถามแรกอย่างแทมินแล้วก็เรียกอาการสะดุ้งได้เล็กน้อยเหมือนกัน
“เอ่อ”
น้องเล็กทำหน้าเลิกลั่กมองหน้ารุ่นพี่หน้าสวย ไม่รู้ว่าจะตอบอะไรออกไปดีเพราะแม้แต่คำถามก็ยังได้ยินไม่ชัดเลย แล้วจะให้ตอบอะไรออกไปได้ไง
“ของขวัญที่แทมินเตรียมไว้ก็คือจะเป็นมักเน่ที่ดีให้แก่พี่ๆทุกคน ใช่ไหมแทมิน”
ประโยคกึ่งคำถามที่เอ่ยโดยหัวหน้าวงนี้ แม้จะไม่ใช่คำตอบที่ออกมาจากปากแทมินแต่มันก็ได้ช่วยชีวิตเด็กน้อยที่เผลอนั่งเหม่อระหว่างรายการถ่ายทอดสดได้
“ครับ ก็อย่างที่พี่อนยูว่าแหละครับ ผมจะเป็นมักเน่ที่ดีของพี่ๆและเป็นแทมินที่น่ารักของหนูนาทุกคนครับ”
ว่าจบก็ส่งยิ้มหวานชดเชยการนั่งเหม่อให้แก่เหล่าพี่สาวที่ยืนอยู่ด้านนอกได้สลบตายกันอีกระลอก
“อ่า เป็นมักเน่ที่ดีจริงๆด้วย”
พอทึกกี้พูดจบก็ทุกคนก็หัวเราะออกมา ดนตรีจังหวะคึกคักของเพลงRing Ding Dongดังขึ้นพร้อมกับเสียงของหนุ่มน้อยทั้งห้าที่เอ่ยลาผู้ฟังอย่างร่าเริงเพื่อปิดเบรกของชายนี่ว่า
“เมอร์รี่คริสต์มาสครับ!!!”
“มินโฮเร็วเข้า”
ยังไม่ทันที่มินโฮจะถอดเฮดโฟนเสร็จพี่คยอกซิกผู้จัดการวงอีกคนของชายนี่ก็เข้ามาเร่งมินโฮให้รีบออกมา เพื่อไปยังที่หมายต่อไป
“ครับ”
มินโฮตอบรับเสร็จก็รีบเก็บของ ก้มโค้งลารุ่นพี่ทั้งสองและทีมงานก่อนที่จะกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามพี่ผู้จัดการออกไป
“แล้วที่เหลือเอาไง”
เสียงทุ้มๆแบบนี้จะเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจากชเวง จิน ผู้ดูแลหนุ่มน้อยทั้งห้า ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าพบจบรายการวิทยุแล้วหนุ่มน้อยทั้งสี่ที่เหลือก็ว่างงาน
“ผมขออยู่ที่นี่แล้วกันครับ ขอดูพี่ๆเขาจัดรายการต่ออีกหน่อย แล้วค่อยขอติดรถพี่ๆเขากลับหอ”
อนยูพูดเสร็จแล้วก็เดินกลับเข้าไปนั่งอยู่ข้างๆฮยอกแจ
“ส่วนผมจะแวะไปหา ซึงฮยอน สักหน่อยนะครับ”
นั่นเป็นอย่างที่มินโฮว่า คีย์โกหกจริงๆด้วยไหนว่าจะอยู่หอฉลองกับก็สมาชิกชายนี่ แต่ที่ไหนได้ ที่จริงแล้วตัวเองจะหนีไปหาหวานใจ คนรักข้ามวงซะอย่างนั้น
“แล้วเราสองคนหล่ะ”
ชเวง จิน มองหน้าจงฮยอนกับแทมินสลับกันไปมา
“ผมกลับหอเลยครับ”
ไอ้ที่ว่ากลับเลยก็คงไม่พ้นกลับไปหาซองมิน รุ่นพี่ซุปเปอร์จูเนียร์ที่พักอยู่หอเดียวกับน้องๆชายนี่นั่นแหละ
ผู้จัดการหน้าขรึมอดไม่ได้ที่จะยิ้มน้อยแล้วส่ายหัวกับอาการของเด็กวัยรุ่นที่อยากอยู่กับแฟนในช่วงคริสต์มาสของคีย์และจงฮยอน
“แล้วแทมินหล่ะว่าไง”
คนนี้แหละที่ต้องถามเพราะแฟนก็ไม่มี แล้วก็ดูเหมือนว่ายังเอาแต่เหม่อมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว
“เอ่อ เดี๋ยวผมไปรอที่รถนะครับ”
พอเจ้าตัวเล็กเอ่ยจบก็วิ่งหายลับไป ทิ้งไว้แต่คนที่เหลือยืนมองหน้ากันเหรอหราว่า “จะรีบไปไหนนะ”
.
.
.
.
.
.
“พี่มินโฮ...รอก่อนฮะ”
เจ้าตัวเล็กหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของร่างสูงเจ้าของชื่อ ร่างสูงหน้าตาดีที่เขาวิ่งลงบันไดตามมาที่ลานจอดรถ
สองมือเล็กท้าวอยู่ที่หัวเข่า โน้มตัวไปด้านหน้าตามแรงหอบหายใจ สูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอดหมายจะบรรเทาอาการเหนื่อย
“มีอะไรหรือเปล่า แทมิน”
มินโฮหยุดเดิน หันหลังกลับมา อีกไม่ก็ช่วงซองจอดรถเขาก็จะถึงตำแหน่งที่รถคันสวยที่ฝ่ายผู้จัดงานส่งมารับเขาจอดรออยู่
“......”
แทมินสูดหายใจลึกๆ ยืดตัวขึ้นแล้วเหวี่ยงกระเป่าเป้ที่สะพายอยู่ข้างตัวมาด้านหน้า แล้วเริ่มลงมือค้นหาอะไรบ้างอย่างในกระเป๋า โดยมีมินโฮสังเกตเห็นทุกการเคลื่อนไหว
“อะ เจอแล้ว”
แทมินอุทานเบาๆ เงยหน้าขึ้นมองมินโฮ ทั้งที่ยังไม่เอามือออกมา
“พี่มินโฮฮะ...คือว่า”
ใบหน้าหวานใสของแทมินซับสีเลือดขึ้นมาจางๆ ริมฝีปากอิ่มเม้นแน่น แผ่นอกกระเพื่อมขึ้นนิดๆจากการสูบลมหายใจเข้าเต็มปอด มือเล็กค่อยๆหยิบเจ้าที่ว่าขึ้นมาและมันก็กำลังจะพ้นจากขอบกระเป๋า เว้นเสียแต่ว่า...
“มินโฮเร็วเข้า เดี๋ยวไม่ทัน”
เสียงเดิม คยอกซิกยืนอยู่ที่รถ ตะโกนเรียกมินโฮที่เมื่อครู่เห็นว่าเดินตามเขามาติดๆ แต่ตอนนี้กลับหยุดยืนอยู่เฉยๆ หลังต้นเสาขนาดใหญ่บริเวณฝั่งตรงข้ามของประตูที่เชื่อมระหว่างตัวอาคารกับลานจอดรถ และหากมองจากมุมของเขาเเล้วก็ไม่สามารถมองเห็นว่ามินโฮคุยกับใครอยู่
“เอ่อ...ไว้ค่อยคุยกันนะแทมิน พี่ไปก่อนนะ”
กลีบปากบางคลี่ยิ้ม ฝ่ามือหนาขยี้กลุ่มผมนุ่มของแทมินอย่างเอ็นดูสองสามที่ก่อนะรีบวิ่งไปที่ยานพาหนะที่ผู้จัดการอีกคนยืนรออยู่
“ครับ”
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะตอบรับออกไปทำไมทั้งที่บริเวณนั้นมีแค่เขาและยานยนต์อีกไม่กี่คันเท่านั้นที่จอดอยู่บริเวณนี้
.
.
.
.
.
.
เจ้าตัวเล็กนั่งจับเจ่าในห้องหอพักขอตัวเอง แขนสองข้างท้าวศอกบนหมอนอิงมือท้าวคางนั่งดูทีวีอย่างเซ็งๆ แต่แม้มันจะน่าเบื่อแต่เขาก็คงไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้
อันที่จริงตั้งแต่กลับมาจากรายการวิทยุเขาก็นั่งอยู่ตรงนี้ตลอด อยู่หน้าทีวีที่ตั้งใจว่าจะดูฆ่าเวลาในตอนที่อยู่คนเดียวเเบบนี้ แต่ภาพเหล่านั้นมันก็ไม่ได้เข้าไปในหัวเขาเลยสักนิดเดียว ยิ่งไปกว่านั้นดวงตากลมโตเอาแต่นั่งมองไอ้เจ้ากล่องเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะกาแฟข้างหน้าเจ้าตัวนั่นแหละ
“ทำไมมัน..ยากแบบนี้นะ”
เสียงเล็กบ่นอุบ มือฉวยหยิบเจ้ากล่องสี่เหลี่ยมแล้วล้มตัวลงนอนแผ่หลาบนโซฟา
แทมินนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เขาอยู่ในที่จอดรถกับมินโฮ ที่เขาไปที่นั่นก็เพราะเขาก็แค่อยากจะไปสารภาพความในใจกับเจ้าโย่งเท่านั้นเอง แต่ดันเลือกจังหวะไม่ดีเสียนี้ มาเลือกบอกเอาตอนที่เจ้าตัวเขาเวลาเป็นเงินเป็นทองขนาดนี้
“เฮอ........”
ร่างเล็กระบายลมหายใจยาวๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน เมื่อคิดได้ว่ามานั่งซึมอยู่คนเดียวแบบนี้ก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมา ออกไปข้างนอกน่าดีกว่า
แม้จะบอกว่าออกมาข้างนอก แต่อันที่จริงแทมินก็ไม่ได้ออกไปเดินเล่นตามย่านร้านรวงในเมืองหรือออกไปไหนไกลเลย
สองขาเรียวเล็กเดินมาเรื่อยๆ แล้วหยุดยืนที่สวนหย่อมข้างหอพักที่เขาอยู่ นั่งลงบนม้านั่งใต้ต้นเมเปิ้ลที่ตอนนี้ใบสีเหลืองส้มตอนฤดูใบไม้ร่วง ทิ้งตัวลาจากกิ่งร่วงลงสู่พื้นด้านล่างเสียแล้ว
สองมือเล็กที่ลอดพ้นแขนเสื้อไหมพรมตัวหนาสีเทาเสียดสีไปมาพร้อมกับรับลมอุ่นๆจากกลีบปากแดงอิ่มที่เป่าไอร้อนจากร่างกายมาผ่อนคลายความหนาวในช่วงเดื
อนธันวาคน
“เมืองนี้ก็สวยดีเหมือนกันนะเนี่ย”
ดวงตากลมโตจ้องมองท้องฟ้าสีเข้ม กับเงาของพระจันทร์ที่สะท้อนบนพื้นน้ำยามค่ำคืน เเม่น้ำฮั่นสายน้ำเส้นเลือดใหญ่แห่งดินแดนโสมใต้ที่ไหลผ่านกลางเมืองหลวงและตอนนี้แม่น้ำสาขาของมันก็ไหลเอื่อยอยู่ด้านหน้าของเขานี่เอง
“อยู่คนเดียวเหมือนกันเลยนะ เจ้าพระจันทร์”
แทมินเอ่ยเสียเศร้าทั้งที่คืนนี้ใครหลายคนก็อยากใช้ช่วงเวลาอยู่ร่วมกับคนที่ตัวเองรักกันทั้งนั้น เเละตัวเขาเองก็ไม่ต่างกัน
“ถ้าพี่มินโฮอยู่ตรงนี้ด้วยกันก็ดีสิ...”
“ใครว่าหล่ะ แซนต้าก็อยู่ด้วยต่างหาก”
ใบหน้าหวานหันควับ เหลียวกลับมามองทางต้นเสียงที่จู่ๆก็แย้งความคิดเขาขึ้นมา
“อ่า ลุงยามนี้เอง ตกใจหมดเลยครับ นึกว่าใครเสียอีก”
มือเล็กลูบอกตัวเองปอยๆ แล้วขำกับชุดแต่งกายของคู่สนทนาที่แทมินเรียกว่าลุงยามหรือคุณลุงที่มีหน้าที่ดูแลหอพักแห่งนี้นี่เอง
ชายหนุ่มวัยกลางคนสวมชุดสีแดงใส่หนวดเคราปลอมสีขาวสะอาดตากับหมวกสีแดงกำมะหยี่บนศีรษะ แม้จะบอกว่าปลอมตัว แต่มีหรือที่คนเคยเห็นหน้าเห็นตากันทุกวันจะจำไม่ได้
“เล่นอะไรครับเนี่ย ลุงยาม”
แซนต้าตัวปลอมจงใจเลียนแบบเสียงหัวเราะให้เหมือนกับเสียงของลุงแซนต้า ก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนกับคุณลุงใจดีแห่งวันคริสต์มาสที่มักจะพูดกับเด็กน้อยที่ร้องขอของขวัญในวันแห่งความสุขนี้
“หนูแทมิน แซนต้ามีของขวัญจะให้หนูด้วยแหละหลับตาแล้วยื่นมือมาสิ”
คิ้วเล็กขมวดมุ่นกำลังสงสัยว่าลุงยามจะมามุกไหนอีก แต่ถ้าเขาไม่ทำตามก็ดูท่าว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมเลิกเล่นง่ายๆแน่ แทมินเลยจะใจทำตามอย่างช่วยไม่ได้
“ลืมตาสิ”
น้ำเสียงทุ้มแบบคนแก่ใจดีแว่วให้ได้ยินราวกับเจ้าของเสียงนั้นตะโกนบอกจากที่ไกลๆ
พอแทมินเปิดเปลือกตาขึ้นเขาก็เห็นแผ่นกระดาษขนาดเล็กสีชมพูวางอยู่บนฝ่ามือและเขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามันคืออะไร และพอตั้งใจจะถามเอาคำตอบจากแซนต้าตัวดี เขาก็กลับมองเห็นแค่เงาของแซนต้าที่วิ่งให้เห็นแผ่นหลังอยู่ไกลๆทางด้านโน้น
ในเมื่อเป็นแบบนี้แทมินก็คลี่กระดาษออก ปรากฏว่ามีเพียงลายมือขยุกขยิกเขียนบางสิ่งบอกไว้เพียงหนึ่งบรรทัด
.........เดินมาที่อีกฝั่งของตึกสิ.......
แทมินไม่ได้ตั้งข้อสงสัยอะไร แล้วอีกอย่างตอนนี้ก็ไม่มีอะไรจะทำอยู่แล้วด้วย เขาจึงตัดสินใจเดินไปอีกฝั่งของหอพัก
แม้จะเป็นอีกฝ่ายของหอพักแต่ที่แห่งนี่ก็เป็นส่วนหย่อมเล็กๆเหมือนกัน และที่เหมือนยิ่งกว่าเหมือนเสียอีกก็คือไม่มีใครอยู่ตรงนี้ด้วยเหมือนกัน
“เอ๊ะ”
แทมินสะดุ้ง เมื่อจู่ๆก็รับรู้ถึงสัมผัสของอ้อมแขนแกร่งที่โอบกอดเขาจากทางด้านหลัง
แต่แทมินไม่ได้ดิ้นขัดขืนหรือพยายามจะหันหลังกลับไปมองว่าบุคคลเจ้าของอ้อมกอดนั้นคือใคร นั่นก็เพราะกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆที่ลอยตามลมมาให้ได้กลิ่น มันเป็นกลิ่นที่คุ้นเคย เเละแทมินก็จำได้ว่ากลิ่นนี้เป็นของใคร
“พี่มินโฮเลิกงานแล้วเหรอครับ”
คนตัวสูงเจ้าของชื่อครางรับในลำคอพร้อมกับวางคางไว้บนไหล่คนตัวเล็กกว่าที่อยู่ในอ้อมกอด
“เมื่อหัวค่ำแทมินมีอะไรจะบอกพี่เหรอ”
มินโฮเท้าความถึงเหตุการณ์เมื่อหัวค่ำที่ลานจอดรถ
ร่างเล็กรีบพลิกตัวหันกลับมา ใบหน้าหวานเงยขึ้น ดวงตากลมโตสบมองตาคม แล้วก็เป็นแทมินเองที่ต้องรีบหลุบตาหลบสายตาอันอ่อนโยนของมินโฮเสียก่อน
“เอ่อ..คือว่า..”
ทั้งที่เมื่อครู่ยังนึกอยากให้ร่างสูงคนนี้มาอยู่ตรงนี้ด้วยกัน แต่พอเอาเข้าจริงเขากลับพูดไม่ออก แล้วอีกอย่างไอ้เลือดลมบ้าเนี่ยสูบฉีดดีเสียจริง แม้ว่าเขาจะไม่ได้ยืนอยู่หน้ากระจกแต่ความร้อนวูบบนใบหน้าที่รู้สึกได้นี้ก็ทำให้เข้าใจเลยว่าเขากำลังหน้าแดงขนาดไหน
“เอ่อ...”
ยังไม่ทันที่แทมินจะเอ่ยอะไรออกมา สองแขนแกร่งของมินโฮรวบร่างเล็กเข้ากอดกอดแน่นขึ้นจนใบหน้าหวานต้องเอนซบแผ่นอกแกร่ง นิ้วเรียวเขี่ยกลุ่มผมข้างแก้มใสทัดไว้กับใบหูที่ตอนนี้ก็แดงระเรื่อไม่ต่างกับผิวแก้มใสเท่าใดนัก
“ถ้าแทมินไม่พูดให้พี่พูดแทนนะ”
แทมินรับรู้ได้ถึงเสียงหัวใจของมินโฮที่มันเต้นระรัวไม่ต่างจากเขา รับรู้ได้ถึงระยะของใบหน้าคมที่ขยับเข้าใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆ รับรู้ได้ถึงอณุหูมิของลมหายใจที่เป่าลดใบหูเล็กเเละก็ดูเหมือนว่ามันจะสูงขึ้น เเละแทมินก็ยังรับรู้ถึงไอร้อนที่โอบรอบทั้งคุ่ไว้ที่ร้อนเสียจนรู้สึกวาบหวามไปทั่วทั้งอก
“พี่รักแทมินนะ”
ด้วยความรู้สึกอะไรหลายอย่างทั้งดีใจที่ได้ยินคำบอกรักและตกใจที่ไม่คิดว่าร่างสูงคนนี้จะเอ่ยเช่นนี้กับเขาก่อน แทมินจึงเผลอเงยหน้าขึ้น สบมองกับดวงตาที่แสดงออกความรู้สึกไม่ต่างกับสิ่งที่เจ้าตัวได้พูดมาเลย
“แล้วแทมินคิดยังไงกับพี่หล่ะครับ”
เสียงนุ่มถามทั้งที่กลีบปากของของเขาและแทมินอยู่ห่างกันไม่เกินระยะที่จะรับรู้ถึงลมหายใจของกันและกัน
ดวงตากลมโตหลุบต่ำแสร้งมองไปที่อื่น กลีบปากอิ่มเม้มแน่น หัวใจดวงเล็กเต้นระรัวอยู่ในอก ตอนนี้เขารู้สึกเขินเกินกว่าจะบอกอะไรออกไปได้
“แทมินไม่ได้รู้สึกแบบนี้กับพี่เหรอ”
มินโฮเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยใจ พร้อมคลายอ้อมแขนออกจากร่างบาง
แต่วงแขนเล็กกับเป็นฝ่ายกอดรั้งร่างสูงไว้เสียก่อน
“ไม่ใช่ครับ...”
“ผม...”
มือเล็กทั้งสองข้างของแทมินจับไหล่กว้างของมินโฮเป็นที่ยึด ก่อนที่จะเขย่งยืนด้วยปลายเท้า ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหูของมินโฮแล้วกระซิบเบาๆว่า
“ผมก็รักพี่ครับ”
ไอเย็น ความหนาวเหน็บแห่งเหมัตฤดูไม่สามารถแทรกเข้ามาในอ้อมกอดที่แนบชิดเช่นนี้ได้ สองแขนแกร่งโอบกอดคนตัวเล็กไว้ สองแขนเล็กก็โอบตอบรับคนตัวโตกว่าเช่นกัน มินโฮบรรจงประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากอิ่มอย่างแผ่วเบา ความอบอุ่นส่งผ่านจากริมฝีปากซึมซาบสู่หัวใจของทั้งสองดวง อุ่นไอรักนี้ฉุดดึงทั้งคู่ให้จมอยู่ในห้วงความรักของกันและกัน
สำหรับโฮมินและแทมินแล้ว นี่คงเป็นของขวัญวันคริสต์มาสที่ไม่อาจหาสิ่งใดมาเทียบได้อีกแล้ว
...................................................
แถม
“อ๊ะ”
อยู่ดีๆแทมินที่อยู่ในอ้อมกอดของมินโฮก็อุทานขึ้น ทำท่าทางราวกับคนที่อยู่ๆก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้
“ผมลืมไปเลยว่ามีของขวัญจะให้พี่มินโฮด้วย”
พอพูดแบบนั้นเสร็จ แทมินก็ทำท่าว่าจะขึ้นไปหยิบเจ้าของที่ว่า แต่
“ฮืม..”
มินโฮคางเสียงต่ำในลำคอ ส่งเสียงท้วงไม่พอใจที่แทมินพยายามจะเบี่ยงตัวออกจากอ้อมกอดเขา
“อะไรพี่ก็ไม่ต้องการทั้งนั้นแหละ"
"เว้นแต่ว่า”
มินโฮทิ้งระยะคำพูด แล้วสงสายตาสื่อความหมาย ก่อนที่จะกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างใบหูเล็กด้วยเสียงกระเส่าว่า
“พี่อยากได้แทมินผูกโบว์”
จบ
tranCartoonYaoi tranCartoonYuri FanArtsYaoi FanArtsYuri FictionYaoi FictionYuri
edit @ 2 Jan 2010 01:35:27 by Shirotaemin
edit @ 2 Jan 2010 01:37:52 by Shirotaemin
edit @ 2 Jan 2010 22:37:02 by Shirotaemin

แบ่งกันวันคู่วันคี่มั้ย 555555555555555
(รองเท้ามินโฮลอยใส่หัว)
ฟิคสนุกดีจ้า แต่งต่อน๊า รอติดตามค่ะ ^^
#1 By niceplatong (202.28.27.3) on 2010-01-05 20:23