ถ้าใครที่เข้ามาที่นี่เป็นครั้งเเรกเเนะนำให้ไปอ่านเกี่ยวกับข้อตกลงที่หน้า Open"""ก่อนนะครับ

..................................................

FictionYaoi 

Title – เพลิงแค้น ไฟรัก
Category - Fiction
Couple: Minho x Taemin
Author – shirotaemin

.........................................................

Intro""

เพลิงแค้นลุกโชนโชติช่วงแผดผลาญทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง เพียงแค่ไอร้อนระอุพัดผ่านผิวเผิน ความโล่งเตียนราบคราบ ความว่างเปล่าและความเวิ้งว้างที่น่าใจหายวิ่งแล่นริ้วเข้ามาแทนที่การมีอยู่ของสรรพสิ่งที่ไม่จีรัง

เศษเถ้าธุลีลอยคลุ้งฟุ้งปลิวอยู่ในอากาศ ตอกย้ำอนุภาพของเพลิงแค้นที่ผลาญผ่าน ความใหญ่โตโออ่า ความแข็งแรงมั่นคงใดใดสุดท้ายก็เป็นเพียงภาพจอมปลอม ที่โอบล้อมอนุภาคเล็กๆนับร้อยนับพันไว้ อนุภาคที่เล็กจนแทบจะมองไม่เห็นแลดูไม่มีค่าใดใด

แต่ใครเล่าจะเชื่อว่าเพียงเศษเถ้าธุลีและความว่างเปล่า น่าหดหู่กลับกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่ง บางอย่างที่แม้แต่ตัวมันเองยังมองไม่เห็นถึงคุณค่าของการเกิดมา


-------------------------------
ใบไม้สีน้ำตาลแห้งกรอบทิ้งตัวจากกิ่งก้านลอยคว้าง ปลิวพลิ้วแผ่วหยอกล้อสายลมก่อนทอดตัวลงบนผืนน้ำที่สงบนิ่ง ความสงบเยือกเย็นของปลายฤดูใบไม้ร่วงแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทุกอาณาบริเวณไม่เว้นแต่ที่แห่งนี้...สวนสาธารณะกลางใจเมือง

พื้นที่ที่เคยมีสีสันแห่งพรรณไม้ให้กับเมืองสีเทาที่อมฝุ่นควัน บัดนี้ได้ทอดทิ้งความสดใสและความชุ่มชื้นก่อนจะถูกเคลือบย้อมด้วยความหนาวเย็นแห่งฤดูกาล มันอัดแน่นไปด้วยไอเย็นแห่งความเงียบเหงาที่ราวกับจะสามารถกัดกร่อน ดูดดึงความสุขจากทุกสิ่งไปได้ แต่ไม่ว่ามันจะร้ายกาจสักเพียงใด ในเวลานี้อนุภาพของมันก็ไม่สามารถแผ่แผดความเดียวดายให้ลึกซึมไปสู่หัวใจดวงน้อยๆของคนๆหนึ่งได้อีกแล้ว

แผ่นหลังเล็กสะท้อนตามแรงสะอื้น สายธารน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มใสดูดรับไอเย็นของบรรยากาศที่โอบล้อม สองแขนเรียวเล็กกระชับโอบกอดร่างของตัวเองที่สั่นเทาอย่างน่าสงสาร ไม่ใช่เพื่อสร้างความอบอุ่นที่จะต่อต้านความโหดร้ายจากสภาพอากาศภายนอก แต่หมายจะห้ามความเศร้าหมองที่คลุ้งกระจายอยู่ภายใน

ใบหน้าหวานซุกหน้าแนบสองเข่าที่ตั้งชันขึ้น กลีบปากแดงอิ่มสั่นระริกเผยเสียงสะอื้นออกมาแผ่วเบา เปลือกตาสวยข่มตาหลับราวกลับไม่อยากรับรู้ภาพบางอย่างที่กระทบกระเทือนต่อความรู้สึก แต่แม้ว่าจะพยายามหลีกหนีสักเพียงใดก็ไม่อาจต้านการรุนรานเข้ามาของภาพหลอนที่ตนไม่พึงปราถนาได้

ทุกครั้งที่นึกถึงจะรู้สึกราวกับว่าความสุขที่เคยได้รับจากใครคนหนึ่งที่เขาแสนรักนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา และสิ่งที่แท้จริงคือความโหดร้ายจากการจากลาของคนที่เคยอยู่เคียงข้างกัน



“เราเลิกกันเถอะ...แทมิน”
น้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความรู้สึกริ้วแล่นผ่านโสตประสาท กรีดร้องเรียกความตกใจ และความผิดหวัง สร้างรอยแผลที่แสนเจ็บปวดทรมานไปทั่วสรรพางค์ อีกทั้งราวกับมีมือที่มองไม่เห็นจับวัตถุแหลมคมเสียดแทงเข้ามาในทรวงอก สร้างความเจ็บแสบปวดร้าวให้แก่หัวใจดวงน้อย


“ทำไม...”
ทั้งที่ไม่อยากจะรู้สาเหตุของการจากลาจากคนที่เป็นที่รัก ทั้งที่เพียงแค่อยากจะรั้งช่วงเวลาของกันและกันให้นานกว่านี้ แต่คำพูดที่หลุดรอดจากลำคอแห้งผากมาได้ มีเพียงสองพยางค์ คำพูดที่ราวกับเป็นคำถาม คำถามที่คิดว่าคงไม่มีคำตอบ


“............”
น้ำตาใสๆคลอปริ่มที่เริ่มหน่วยตาสวย สองแขนบอบบางกอดรั้งร่างของบุคคลอันเป็นที่รัก ใบหน้าหวานแนบซบแผ่นหลังกว้างที่เคยมอบความอบอุ่น กระชับอ้อมกอดเหนี่ยวรั้งไว้อย่างอ่อนแรง พยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะรั้งคนคนนี้ไว้ เพื่อที่จะรั้งความรักที่แตกสลายไม่ให้ละลายหายไป


“พี่ขอโทษ”
ไม่มีนิ้วมือเรียวยาวที่เคยเกลี่ยหยาดน้ำตาใสออกจากดวงตากลมโตคู่นี้อีกแล้ว ไม่มีแววตาอันแสนอบอุ่นห่วงใยจากดวงตาคมคู่นั้นอีกแล้ว ในยามนี้มีเพียงสัมผัสที่แสนจะเย็นชาจากฝ่ามือหนาที่พยายามปลดเรียวแขนบอบบางออกจากร่างกายตน มีเพียงความว่างเปล่าที่ร่างสูงนั้นเคลื่อนกายเดินจากไป และเหลือแค่เพียงหยาดน้ำตาที่ไหลเอื่อยเรื่อยลงมาไม่ขาดสาย


ทั้งที่ช่วงเวลาแห่งการเลิกราได้เลยผ่านมานานนับสองเดือนแล้ว แต่ทำไมแทมินคนนี้ถึงรู้สึกราวกับว่าความจริงที่โหดร้ายนั้นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ทุกรายละเอียดและทุกความรู้สึกไม่ได้จางหายไปจากสมองและหัวใจ


“แทมิน...”
น้ำเสียงอ่อนโยนของใครบางคนที่มักจะเป็นห่วงเป็นใย ใส่ใจ ร่างบางคนนี้เสมอ เอ่ยทักขึ้นอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเจ้าของร่างที่ทรุดกายนั่งลงเคียงข้าง

ดวงตากลมนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มสบมองดวงตากลมโตใสที่ยามนี้แววตาแห่งความสดใสถูกบดด้วยม่านน้ำตาที่สั่นไหวราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ

ฝ่ามือใหญ่แตะสัมผัสไหล่บอบบางบีบเบาๆหมายจะส่งผ่านความอบอุ่นและสื่อความรู้สึกต่างๆที่อัดแน่นอยู่ภายในใจของผู้ชายคนนี้ ผู้ชายที่ใครๆต่างก็ยอมรับในความสง่างามและความเข้มแข็ง แต่ใครเล่าจะรับรู้บ้างว่าทุกครั้งที่เขาได้เห็นหยาดน้ำตาของร่างบางเบื้องหน้า ความหวั่นไหวและความอ่อนแอได้กัดกร่อนความเข้มแข็งของเขาไปจนหมดสิ้น


“ผมไม่เป็นไรหรอกครับ....พี่จงฮยอน”
แทมินใช้หลังมือทั้งสองข้างปราดน้ำตาออกจากดวงตาและแก้มใสอย่างรวกๆ แล้วหันมายิ้มให้สื่อความหมายตามคำเขาที่พูดออกไป
คำพูดที่บอกว่าไม่เป็นไร คำพูดที่รู้ว่าเป็นเพียงแค่คำพูดที่อยากให้คนที่รับฟังนั้นรู้สึกสบายใจและที่สำคัญเขารู้กระทั่งว่า มันเป็นคำพูดที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกตัวเอง


ความไม่เข้าใจ ความเป็นห่วงเป็นใย และความรู้สึกอื่นๆก่อตัวเป็นคำถามนับร้อยนับพันที่จุกแน่นอยู่ภายในอก จงฮยอนอยากรู้ อยากถามเหลือเกินว่ามันเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาที่แทมินไปเรียนภาคฤดูร้อนที่เมืองน้ำหอมเพียงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อะไรที่พรากความไร้เดียงสา ความน่ารัก สดใสไปจากร่างบางจนหมดสิ้น เขาอยากรู้เหลือเกินแต่ก็ต้องเก็บมันเอาไว้เพราะเขารู้ดีว่า ตอนนี้แทมินยังไม่พร้อมที่จะพูดถึงมัน


ในเวลานี้จงฮยอนจึงทำได้แค่เพียงจ้องมองแผ่นหลังที่สั่นไหวของแทมิน ปล่อยให้ร่างบางร้องไห้ไปเรื่อยๆทั้งที่เจ้าตัวบอกว่าไม่เป็นไร เขารู้ดีว่าในเวลานี้เขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากเฝ้ามองร่างบางคนนี้ เฝ้าแอบรักโดยไม่แม้แต่จะคิดบอกความในใจ

-------------------------------






ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ความเงียบ เข้าโอบล้อมคนทั้งสองไว้ ความเงียบที่ทำให้ได้ยินเพียงแค่เสียงสะอื้นของแทมินที่ค่อยๆแผ่วลงไป


“ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว...พี่ว่าเรากลับบ้านกันเถอะ”
ร่างสันทัดลุกขึ้นยืนปัดเศษใบไม้แห้งออกจากจากเกงยีนส์สีตุ่น ก่อนที่จะยื่นฝ่ามือใหญ่มาตรงหน้าแทมิน


ดวงตากลมโตใสมองฝ่ามือหนาสลับกับใบหน้าของเจ้าของมัน ใบหน้าเข้มที่มักจะเผยรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นให้เขาได้เห็นอยู่เสมอ และมันก็เป็นการยากที่แทมินจะปฏิเสธรอยยิ้มนั้นโดยไม่ยิ้มตอบกลับไป ร่างบางระบายยิ้มจางๆก่อนวางฝ่ามือเล็กลงบนมือใหญ่ แล้วลุกขึ้นยืนเคียงข้าง พร้อมกับที่จงฮยอนกระชับฝ่ามือเขากับฝ่ามือของแทมิน


ทั้งคู่เดินเรียบไปตามฟุตบาทของสวนสาธารณะได้สักพัก แต่จู่ๆจงฮยอนก็พลิกตัวแทมินเข้าสู่อ้อมกอดเพื่อใช้ตัวเองบังแทมินจากฝุ่นและเศษใบไม้แห้งที่ปลิวคลุ้งขึ้นหลังจากที่รถยุโรปสีดำคันใหญ่เคลื่อนผ่าน
ฉิว

รถยุโรปสีดำคันใหญ่วิ่งแล่นทะยานคลื่อนด้วยความรวดเร็วราวกับไม่สนใจผู้คนที่เดินไปมาบนถนน ราวกับเจ้าของมันต้องการที่จะตัดตัวเองให้พ้นจากความเกี่ยวข้องกับสภาวะภายนอก ในยามนี้เขาสนใจเพียงแค่แผ่นกระดาษสองสามใบที่อยู่ในมือเท่านั้น
ร่างสูงใบหน้าคมนั่งนิ่งอยู่เบาะหลังเอนหลังกับพนักพิง สายตาคมไล่มองอ่านข้อความที่ดูเหมือนจะเป็นข้อมูลแสดงประวัติส่วนตัวของใครบางคน ใครบางคนที่ยิ้มน่ารักสดใสอยู่ในภาพถ่ายที่ถูกคลิบหนีบกระดาษแนบภาพเข้ากับกระดาษข้อมูล


กลีบปากบางยกยิ้มแสดงกิริยาเย้ยหยันกับภาพถ่ายไร้ชีวิต มือใหญ่กำขย้ำทั้งกระดาษและภาพถ่ายมือ บีบแน่นจนยับยู่ แล้วนำไฟแช็กที่ซุกอยู่ใต้เสื้อนอกออกมาจุดเปลวเพลิงสีส้มแดงให้ค่อยๆแผดแผ่เผากระดาษพวกนั้นจนเปลวไปไล่ลามมาเกือบถึงนิ้วมือ เขาเลื่อนกระจกรถลงและโยนมันทิ้งออกไปด้านนอกรถอย่างไม่ใส่ใจนักพร้อมกับเค้นเสียงรอดผ่านไรฟันที่ขบกันแน่นออกมาว่า
“นายต้องชดใช้........”




“ลีแทมิน...”


..........2 B con.......

tranCartoonYaoi tranCartoonYuri FanArtsYaoi FanArtsYuri FictionYaoi  FictionYuri

edit @ 2 Jan 2010 01:40:19 by Shirotaemin

edit @ 2 Jan 2010 22:37:39 by Shirotaemin

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet